ฆ่าฉัน ฆ่าฉัน ให้ตายดีกว่า
posted on 12 Jan 2009 17:42 by mido in Lifeกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
(ขอบ่นก่อนเริ่ม)
โอ๊ย วันนี้ปวดตับมากครับ เปิดเทอมวันแรก เจอการบ้านไป 4 หน้า แถมพรุ่งนี้สอบศัพท์บทต่อไป (บทแรกของเทอมจบแล้ว!!!)
ต่อจาก "เรียนญี่ปุ่นใครว่ายาก" เลยนะครับ
คราวที่แล้ว บ่นถึงระบบการเรียนอันแสนหฤโหดกันไปแล้ว ทีนี้มาต่อเรื่องความเข้มของเนื้อหากันบ้าง
ภาษาญี่ปุ่น เป็นภาษาที่เว้ากันซื่อๆ ว่า "โคตรต่าง" จากภาษาไทยโคตรๆ ตัวอย่างเช่น
"ฉันกินข้าวแล้ว" ประโยคภาษาญี่ปุ่นบอกว่า "(私は)ご飯を食べた。"
แปลเรียงตัวได้ว่า "ฉัน - ข้าว - กินแล้ว"
หรือก็คือ "ประธาน กรรม กริยา" นั่นแหล่ะ
แต่... มันไม่ใช่แค่นั้นสิครับ
ก่อนจะถึงไวยากรณ์พิลึกๆ ยังมีตัวตัดเซียนที่ชื่อว่า "คำช่วย" (ช่วยไปไกลๆ) อีก!!!
ตัวอย่างประโยคข้างบนเลยละกัน ... เห็นตัวแดงๆ ใช่มั้ยครับ
ตัวแรก หมายความว่า คำนามที่อยู่ด้านซ้ายของมันเป็นหัวเรื่องของประโยค (ประธานนั่นแหล่ะ)
ตัวหลัง หมายความว่า คำนามที่อยู่ด้านซ้ายของมันเป็นกรรมตรงของกริยาหลักในประโยค
ซึ่งสิริรวมตัวช่วยทั้งหมด (น่าจะมี) 56 ตัว!!! (อ้างจากที่นี่นะครับ) และจำเป็นต้องจำทั้งหมด!!!
ส่วนบอสใหญ่ของเราก็คือ "ไวยากรณ์" ที่แบบว่า...เอ่อ...
คือว่า นอกจากจะมีอักษร 3 แบบ (โดยเฉพาะคันจิ) ให้ปวดตับเล่น แถมรูปประโยคที่ละได้แบบโคตรๆ แล้ว (เช่น ละประธาน ละกรรม ละโน่น ละนี่ แล้วบอกว่า "เค้ารู้กัน") พี่แกยังใช้ไวยากรณ์ได้สับสนจิตชาวต่างชาติดีแท้นักแล
เอาจริงๆ นะ พี่ยุ่นครับ พี่ช่วยประดิษฐ์คำอะไรก็ได้ที่เติมโน่นเสริมนี่แล้วเปลี่ยนความหมายได้เลยได้มั้ยครับ
แบบว่า "ทำ" + "ได้" เป็น "ทำได้" อะไรเทือกเนี้ย
หรือแบบว่าสร้างคำอะไรแยกๆ กลุ่มกันนิดนึงก็ได้ ...
ก่อนที่คนอ่านทั้งหลายจะงงไปมากกว่านี้ ลองดูประโยคพวกนี้นะ ===>
(1) ซื้อกระเป๋า (2) ซื้อกระเป๋ากัน (3) ซื้อกระเป๋าให้มั้ย (4) ไม่ซื้อกระเป๋า (5) ซื้อกระเป๋ามั้ย
แล้วดูแบบภาษาญี่ปุ่นนะครับ (เอารูปสุภาพทั่วไปก่อนนะ รูปอื่นกำลังเรียนบ้าง ยังเรียนไม่ถึงบ้าง)
(1) かばんを買います。 (2) かばんを買いましょう。 (3) かばんを買いましょうか。 (4) かばんを買いません。 (5) かばんを買いませんか。
เห็นมั้ยครับ แทบไม่ต่างกันเลย (มันต่างแค่ไอตัวแดงนั่นแหล่ะ)...
อีกอันๆ (อันนี้ภาษาพูดทั่วไป)
(1) ดื่มกาแฟ (2) ไม่ดื่มกาแฟ (3) ดื่มกาแฟแล้ว (4) ไม่ดื่มกาแฟอยู่แล้ว
เมื่อแปลเป็นญี่ปุ่น จะได้ว่า
(1) コーヒーを飲む。 (2) コーヒーを飲まない。 (3) コーヒーを飲んだ。 (4) コーヒーを飲まなかった。
ดูม้านนนนนนนนนนนนนนนน!!!
(อันหลังนีต้องจำวิธีผันด้วยนะครับ มันแบ่งเป็นกลุ่มๆ แถมตัวยกเว้นอีกประปราย...-_-")
ยัง!!!
ยังไม่หมดแค่นั้น คุณยังต้องเจอบอสลับอีกตัว ที่เรียกว่า "คำศัพท์"!!!!!!
อันนี้คงไม่อธิบายอะไรมาก แค่ว่า 2 เดือนที่ผ่านไปในเทอม 1 ต้นได้ศัพท์ทั้งสิ้น 1,000 คำ (ตามที่เค้าบอกในหลักสูตรนะ) ด้วยการท่องจำล้วนๆ แค่นั้นเอง... ฮือๆ
แล้วไม่ใช่ว่าจำง่ายนิ ศัพท์พี่ท่านแต่ละคำ ... จำได้ว่ามีคนเคยทักว่า "เรียนญี่ปุ่นจะโง่อังกฤษลงสเต็ปนึง"
พอมาเรียนแล้วท่องคำทับศัพท์ของญี่ปุ่นไปได้ซักพัก ... ตอบตัวเองได้เลยว่า "เออหว่ะ จริง!!!"
คือด้วยว่า เสียงญี่ปุ่นเค้ามีน้อยใช่มั้ยครับ เค้าเลยทอนเสียง ตัดเสียง เปลี่ยนเสียงซะเหี้ยนเตียน
ลองเล่นกันดูนะว่าคำเสียงต่อไปนี้แปลว่าอะไร (อาจเทียบเคียงไม่เท่าเสียงจริงนะครับ)
(1) โคฮี *** คำนี้ห้ามอ่านเพี้ยนแล้วคิดเป็นอื่นเด็ดขาด
(2) ฮะจาอิ
(3) ซุอิซุ
(4) ทะคุชี
(5) โฮคุ *** คำนี้ผู้รู้อย่าว่าหนูนะ เซนเซเค้าอ่านงี้จริงๆ
ทายเสร็จยางๆ เสร็จแล้วลองดูเฉลยกันนะ
(1) กาแฟ (Coffee) コーヒー
(2) หาดใหญ่ (Hatyai) ハジャイ
(3) สวิตเซอร์แลนด์ (Swiss) スイス
(4) แท็กซี่ (Taxi) タクシー
(5) ส้อม (Fork) フォーク O_O"""
เห็นมั้ยหล่ะ ... แล้วลองนึกภาพว่าเราต้องจำคำเหล่านี้ไปเรื่อยๆ ทีนี้เกิดไรขึ้นครับ...
ใช้มั่วกันสุดฤทธิ์เลยทีนี้ ... ฮือๆ (ภาษาเก่าห่วยลง ภาษาใหม่ก็ยังไม่ค่อยได้ ตายแล้วกรู)
แล้วทั้งหมดที่กล่าวมานี้ พอรวมกับระเบียบการเรียนที่โคตรเข้ม ผลที่ได้คือ
"ฆ่าฉัน ฆ่าฉันให้ตายดีกว่า" TT_TT
เอวัง.
ป.ล. ทั้งหมดนี้ ไม่ได้บอกนะว่าภาษาญี่ปุ่นไม่ดี เป็นเพียงทัศนคติส่วนตัว (การบ่นพล่ามของตุ๊ดวัยเลย ป.ตรี) เท่านั้น
ป.ป.ล. จริงๆ พอทั้งหมดมันกดดัน มันก็ทำให้เราเรียนได้เร็วและแม่นอยู่นะ --- ในความขมขื่น ก็ย่อมมีความงดงามของมันนั่นเอง (ตอแหลลงตับมาก ประโยคนี้)
ป.ป.ป.ล. หากอ่านไม่รู้เรื่อง ขอยกความดีให้เมทที่ประเคนเพลงมารายห์ใส่เครื่องเสียงแบบเพิ่มเบสแรงๆ กรอกหูระหว่างมันออกกำลังกาย--- เลวมาก ชิชะ
ส่วนเรื่องการผันไวยากรณ์ 9 ช่องนี่ สุดยอดแห่งความมึนส์ - -" ต้องเอาไปสอบวัดระดับขั้นต่ออีก...
#1 By ณ on 2009-01-12 23:08